สิบเอกหนุ่มขับเก๋งกลับจากเข้าเวร หลับใน พุ่งอัดต้นไม้ ดับคาพวงมาลัย

สุดสลด สิบเอกหนุ่มวัย 24 ปี ทหารสังกัดกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 109 ค่ายสุรสีห์ ควบเก๋งกลับจากเข้าเวรมุ่งหน้ากลับบ้าน ระหว่างทางเกิดหลับใน รถเสียหลักพุ่งชนต้นขี้เหล็กขนาดใหญ่ เสียชีวิตคาที่

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 10 มี.ค.63 ร.ต.อ.เอกเกษม เกษมโสตร รองสว.(สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถเก๋งชนต้นไม้มีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดบนถนนภายในหมู่บ้านหนองบัว พื้นที่หมู่ 4 ต.หนองบัว อ.เมืองกาญจนบุรี หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ และแพทย์เวรโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนาเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุและชันสูตรพลิกศพ

ในที่เกิดเหตุ พบรถยนต์เก๋ง โตโยต้า วีออส สีดำ หมายเลขทะเบียน ฎฐ 9721 กรุงเทพมหานคร สภาพรถด้านขวาฝั่งคนขับ ชนอัดติดอยู่กับต้นขี้เหล็กขนาดใหญ่ที่อยู่ข้างทาง ภายในรถพบร่างของผู้เสียชีวิตในชุดเครื่องแบบทหารติดอยู่ เจ้าหน้าที่ต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างนำร่างของผู้เสียชีวิตออกมาจากซากรถเพื่อให้แพทย์ทำการตรวจสอบ

เบื้องต้นพบว่าสภาพศพกะโหลกศีรษะด้านหลังฉีกขาด แขนหัก ขาหักและกระดูกซี่โครงหัก มีเลือดไหลออกจากปากและจมูก ทราบชื่อผู้เสียชีวิต คือ สิบเอกธนวัฒน์ โนนพลกรัง อายุ 24 ปี ทหารสังกัดกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 109 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 9 กองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์

สอบถามเพื่อนทหารของผู้เสียชีวิตให้ข้อมูลว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ผู้เสียชีวิตได้เข้าเวรที่จุดตรวจหน้าบ้านพักของกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 9 และออกเวรมาเมื่อเวลา 09.00 น. ก่อนจะขับรถออกจากจุดตรวจเพื่อมุ่งหน้ากลับบ้าน และเตรียมตัวที่จะกลับมาเข้ารับการฝึกในช่วงบ่าย ก่อนที่จะมาประสบอุบัติเหตุรถชนกับต้นไม้เสียชีวิตดังกล่าว

ขณะที่ นางขวัญจิต เหลืองดอกไม้ อายุ 55 ปี เจ้าของร้านขายอาหารตามสั่ง ซึ่งอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ ให้ข้อมูลว่า ช่วงเกิดเหตุขณะที่ตนกำลังเตรียมของอยู่ในบ้านได้ยินเสียงรถชนดังสนั่น

เมื่อออกมาดูก็พบรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวชนอัดติดอยู่กับต้นไม้ ด้วยความตกใจตนจึงรีบวิ่งไปตามชาวบ้านพื้นที่ใกล้เคียงให้มาช่วยและโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ ก่อนจะพบว่าคนขับรถเสียชีวิตอยู่ภายในซากรถดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สันนิษฐานว่า ผู้เสียชีวิตน่าจะเกิดอาการหลับในหลังกลับจากเข้าเวรมาทั้งคืน เนื่องจากในจุดเกิดเหตุ ไม่พบร่องรอยการเบรกรถ หรือเฉี่ยวชนกับรถคันอื่นแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม จะได้มีการสอบสวนพยานที่ขับรถผ่านไปมาเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุในครั้งนี้ต่อไป.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *